แนะนำ ประวัติ ผลงาน และทัศนะ

 

   

“เศรษฐาณานิคม”: วิวัฒนาการการล่าอาณานิคมจาก“อิสต์อินเดีย” ของอังกฤษในยุคเดิม มาเป็น“เทมาเสก”ของสิงคโปร์ในยุคโลกาภิวัฒน์    

  ดร.ทักษิณเก่งจริง หรือมีอะไรเป็นปัจจัยเกื้อหนุน--บุญวาสนา ความสามารถ โอกาส หรือการผู้ขาด?   

สาระสำคัญที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ: สาระที่อาจต้องใช้อำนาจตามมาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง    

วิกฤตค่านิยม--สามเหรียญ สามค่า สาเหตุแห่งความขัดแย้ง: ความเก่งกับความดี ความร่ำรวยกับความพอเพียง และความรักปกป้องตนเองกับพวกพ้องกับความรักปกป้องชาติ   

คุณลักษณะ ๑๐ ประการสำหรับผู้นำประเทศ   

ผู้ว่าซีอีโอ-ความสับสนในการบริหารราชการแผ่นดินระหว่างการบริหารราชการกับการบริหารราชกิจ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาเหตุความล้มเหลวของซีอีโอ

                                                                  โดย      

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์[1]

www.chaiyongvision.com

ในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา คำที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงในวงการบริหารคือ คำว่า ซีอีโอ ซึ่งเป็นคำย่อทับศัพท์ภาษาอังกฤษมาจาก CEO (Chief Executive Officer) หมายถึงหัวหน้าผู้บริหารระดับสูงขององค์กร มีผู้ใช้คำนี้มาก่อนในวงการธุรกิจ และในองค์การธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ไม่เป็นที่สนใจของคนทั่วไป จนกระทั่ง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้ปรับวิธีการบริหารราชการแผ่นดินโดยใช้แนวคิดซีอีโอตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรีลงไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกว่า “ผู้ว่า ซีอีโอ” และเลยเถิดไปถึง “ทูตซีอีโอ” ด้วย เป้าหมายก็คือ ให้ซีอีโอ มีอำนาจในการบริหารจัดการครบวงจร กำกับดูแลการดำเนินงานในหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จ ...ยังความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นจำนวนมากขานรับนโยบาย ในขณะที่หลายคนไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่สามารถคัดค้านโต้แย้ง เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ...หลายปีผ่านไปภารกิจการบริการราชการแผ่นดินตามแนวคิดซีอีโอ ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาไม่น้อย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเป็นซีอีโอได้ แม้แต่ ดร.ทักษิณ ชินวัตรเองในฐานะ “นายกซีอีโอ” ก็ยังไม่สามารถ “เคลม” (อ้างสิทธิ์หรือทักทักเอา) ได้ว่า ตนเป็นซีอีโอที่ประสบความสำเร็จ

ทำไม? ผู้ที่จะเป็นซีอีโอควรคุณลักษณะอย่างไร? และ มี“ทุลักษณะ” (ลักษณะที่ไม่ดี) อย่างไร ที่เป็นสนิมเหล็กกัดกร่อนบุคคลผู้นั้น ทำให้การทำหน้าที่ ซีอีโอ ล้มเหลว?

หนังสือชื่อ Why the CEO Fails? (ทำไมซีอีโอล้มเหลว) โดย David Dotlich ละ Peter Cairo ได้ประมวล “ทุลักษณะ” หรือ ลักษณะที่ไม่ดีที่ทำให้ซีอีโอ ไม่ประสบความสำเร็จ ๑๑ ประการ ผู้เขียนเห็นว่า เป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารองค์กรที่อยากเป็นซีอีโอ จะได้ประเมินตนเองว่า มีคุณลักษณะที่ตรงข้ามกับที่จะกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ หากมีลักษณะตรงข้ามก็จะได้มั่นใจว่า ท่านเป็นซีอีโอได้แน่นอน จึงได้ถอดความและขยายความเพื่อให้ภาพชัดเจนขึ้น

ประการที่ ๑ มีความหยิ่งยโส โอหัง คิดว่าตัวดี ตัวเก่งอยู่คนเดียว ดูถูกคนอื่นเห็นคนอื่นโง่หรือผิดไปหมด ไม่ฟังความคิดเห็นของใคร ตนพูดอะไรก็กลายเป็นกฎเป็นระเบียบ เป็นกฎหมาย ผู้ไม่ทำตามก็ได้รับโทษไม่เป็นที่โปรดปราน

ประการที่ ๒ ชอบเล่นละครบีบน้ำตาเพื่อทำตนให้น่าเห็นใจ หรือไม่ก็ทำตนเด่น ดัง เป็นที่นิยม ทำตนเป็นดารา เพื่อให้เป็นข่าวและเป็นที่สนใจของสาธารณะ

ซีอีโอระดับชาติคนหนึ่งได้รับเชิญไปเปิดงานเทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่อพิธีกรเรียนเชิญให้ขึ้นเวที ในฐานะเป็นประธานเพื่อกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษ แทนที่จะไปยืนอยู่ที่ ฐานยืนกล่าวสุนทรพจน์ หรือ   โพเดียมที่เขาเตรียมไว้ ณ ข้างหนึ่งของเวที ก็ออกไปยืนอยู่กลางเวที พูดปากเปล่าเหมือน มือไขว้ ข้างหน้าเหมือน “นักทอล์คโชว์” เดินไปทางซ้ายที ทางขวาที พูดอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่มี “โพย” เพื่อแสดงว่า ตนเองสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ (ดีกว่าผู้บริหารประเทศในอดีต)โดยไม่ต้องใช้บทพูด แทนที่จะกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาไทยแล้วให้คนแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เยี่ยงธรรมเนียมสากล เช่น นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีจีน หรือชาติอื่นที่กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาของเขาเองเพราะภาคภูมิและให้เกียรติภาษาตนเอง รายเดียวกันเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ก็สามารถพูดหรือแสดงบีบน้ำตาจนทำให้ผู้อยู่รอบข้างน้ำตาซึมได้ด้วย

ประการที่ ๓ อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหว เปลี่ยนง่าย คาดการณ์ไม่ได้ พูดแล้วก็กลับคำได้เพราะลิ้นไม่มีฟัน วู่วาม ปากไว พูดก่อนคิด กลับกลอก ไม่อยู่กับร่องกับรอย  

ประการที่ ๔  ระแวดระวังเกินเหตุ จะดำเนินกิจการหรือทำอะไรก็ระมัดระวัง ต้องดูแลด้วยตนเองโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์

ประการที่มีนิสัยไม่ไว้ใจผู้อื่น จึงไม่กระจายอำนาจ ไม่กระจายงาน ไม่จริงจังกับใคร จึงมีลักษณะเหมือนหลอกใช้คนอื่น แม้แต่คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็พร้อมที่ให้เป็นแพะรับบาปแทนตนได้ทุกเมื่อ

ประการที่ ๖  ลอยตนเหนือปัญหาม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ผู้บริหารระดับรองเผชิญปัญญาเอง ทำตนเป็นนักกระจายอำนาจตัวยง แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ไม่รับผิดชอบ ไม่รับรู้ความคิดเห็น คำวิพากษ์วิจารณ์ ทำตนเป็นนกกระจอกเทศที่เมื่อมีภัยก็เอาหัวซุกทราย จึงไม่รับทราบว่า ผู้คนเขาวิจารณ์ตนเองว่า อย่างไร ไม่ไวต่อสถานการณ์ ไม่รับผิดชอบจึงถูกตราหน้าว่า เป็นโรค “พาคิเดอม” (Pakiderm=หนังหนา ชนิดที่เอาก้นบุหรี่ที่ไฟยังไม่ดับจ่อที่ใบหน้าก็ไม่รู้สึกร้อน)  

ประการที่ ๗  ยึดมั่น “กติกู” มากกว่า กติกา ถือว่า กฎระเบียบ เป็นเพียงข้อเสนอแนะ พร้อมที่จะตีความเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม พร้อมจะขายความภาคภูมิใจของส่วนรวมเพื่อให้ตนได้ประโยชน์  

ประการที่ ๘  ชอบทำตนให้เด่นและแปลก ด้วยคติคิดใหม่ทำใหม่ คิดต่างทำต่างโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม บางทีก็ทำตัวเป็นอึ่งอ่างพองตัวให้ใหญ่เท่าวัว หรือ “ช้างขี้ก็อยากขี้ตามช้าง” จนดูเป็นมักใหญ่ใฝ่สูง อาจเอื้อมเบื้องสูง หรือดึงเบื้องสูงให้ลงมาเท่าตน เช่น พูดว่า หาก...มา “กระซิบ”กับตน ก็จะทำอย่างโน้นอย่างนี้

ประการที่ ๙  ดื้อเย็นหรือต้านเงียบ เมื่อมีคนเสนอแนะให้ทำโน่นทำนี่ หรือละเว้นไม่ทำโน่นทำนี่ ก็จะแสดงอาการประหนึ่งรับฟัง แต่ลึกๆ ก็ไม่สนใจหรือออกจะต่อต้านด้วยซ้ำ ในโอกาสที่ได้รับเชิญไปบรรยาย ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวนครปฐม ผู้บริหารระดับชาติคนหนึ่งกล่าวว่า ...(ท่าน)ขอให้ไม่พูดฝรั่งปนไทย แต่วันนี้จะขอพูดหวังว่า ท่านคงไม่ว่าอะไร...เพียงแค่ไม่กี่วันหลังจากได้รับคำเตือนให้รักษาและภาคภูมิใจในภาษาไทย แม้ผู้มีรพระคุณจะเตือนก็ทำหูทวนลม แถมพูดหรือแสดงออกอย่างหมิ่นๆ เข้าทำนอง “...ไม่รู้เหรอว่า อั๊วเป็นใคร จึงบังอาจมาเตือน”

ประการที่ ๑๐ เป็นนักสมบูรณ์นิยม ทำอะไรต้องให้ดีให้สมบูรณ์ตามแบบฉบับของตนเอง ด้วยความหลงตนจึงต้องสมบูรณ์ตามแบบฉบับของตน

ประการที่ ๑๑  ชอบสร้างความนิยมให้ตนเอง ด้วยการให้ สัญญาว่าจะให้สิ่งที่ผู้ใต้บังคับบัญชาใฝ่ฝัน ด้วยนโยบายประชานิยม เพื่อเอาชนะชื่นชอบของประชาชนที่เรียกว่า ประชานิยม ทั้งระดับองค์กร ท้องถิ่น ภูมิภาคและระดับชาติ

 จาก “ทุลักษณะ” ๑๑ ประการดังสรุปมาข้างต้น เราพอจะมองเห็นภาพ ซีอีโอ ได้ชัดเจนขึ้น ลองมองดูรอบตัวท่าน โดยเริ่มจากตัวท่านเองก่อนว่า ท่านจะเป็นซีอีโอได้หรือไม่ และจะป้องกันคนที่มีลักษณะทรามข้างขึ้นไม่ให้มามีอำนาจขึ้นมาบริหารองค์กรของเราได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องไม่เปิดโอกาสให้คนที่มีลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาเป็น “นายกซีอีโอ” เป็นอันขาด

ท่านคิดว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอยู่ปัจจุบัน จะมีสักกี่คนที่มีทุลักษณะเช่นนี้ เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้เป็น ผู้ว่าซีอีโอ

แล้วท่านคิดว่า นายกฯของประเทศไทยปลอดจากลักษณะข้างต้นกี่ข้อ?

 

ปทุมวัน ๓ เมษายน ๒๕๔๙ ๒๓.๐๓ น.


 

[1] ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อดีตผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ สถาบันพระปกเกล้า

 

.  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์

ศาสตราจารย์ ระดัีบ ๑๑

(ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ ทางการศึกษา คนที่ ๒ ของประเทศไทย)

หนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และเป็นผู้พัฒนาระบบการสอนทางไกล "แผนมสธ." (อ่านรายละเอียด)

อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

 อนุกรรมาธิการอุดมศึกษา วุฒิสภา และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา และวัฒรธรรม วุฒิสภา

อดีต:

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และรองอธํิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรม เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สถาบันพระปกเกล้า

ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

UNESCO/UNDP Expert (Indonesia, Sri Lanka, Maldives, Laos, Malaysia, Japan, India, Pakistan)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

k

 
FastCounter by bCentral
Created:  February, 2006

E-mail: chaiyong@irmico.com

Do you agree with the content and opinion expressed in this article?

ท่านเห็นด้วยกับทัศนะในบทความนี้มากน้อยเพียงใด?
เห็นด้วยมาก/Highly Convinced /Convinced ไม่แน่ใจ/Uncertainไม่เห็นด้วย/Not convinced


 
ผลการแสดงความคิดเห็น/Result

โปรดติดตามที่นี่!!!

เสนอทัศนะทางเศรษฐกิจและการเมือง การศึกษา ธรรมะกับชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติและผลงาน การวิจัย พระพุทธอุบัติภูมิ งานสร้างสรรค์ทำให้มสธ. ฯลฯ ทุกสัปดาห์