แนะนำ ประวัติ ผลงาน และทัศนะ

                                                                                

  [การศึกษา][การวิจัย][ธรรมะกับชีวิต][เศรษฐกิจและการเมือง][พระพุทธอุบัติภูมิ] [50 ผลงานสร้างสรรค์ให้ มสธ.] [ประวัติและผลงาน]

     โปรดคลิ้ก   

 ประวัติและผลงาน

ฉบับย่อ    ฉบับละเอียด

 

 

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ

  

 

 

 

 

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ขวามือ) นำ อธิการบดี (ผ.ศ.เฉลย ภูมิพันธ์) กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์  เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ณ พระที่นั่งดุสิตาลัย เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๙

 

 

 

 

 

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา (๒๕๔๔)

คติประจำใจ

"ปราศจากความพยายามที่ทุรนทุราย จะหาความเป็นเลิศ มิได้เลย"

 

 

 

 

 

 

 

ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ ในชุดครุยผู้บริหาร มสธ.นึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชและเป็นผู้พัฒนา ระบบการสอนทางไกล "แผนมสธ." อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 

  

โปรดแสดงความคิดเห็น

Webstats4U - Free web site statistics
Personal homepage website counter

Free counter and web stats

 

  บทความใหม่

มีนาคม 2553--"มีนามหาวิปโยค" หรือ "มีนาสร่างโศก" แห่งแผ่นดิน

โดย

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์

          การตัดสินคดียึดทรัพย์เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ะท้อนความเที่ยงธรรม ของฝ่ายตุลาการ แม้จะไม่ถูกใจคนหลายกลุ่ม คือ กลุ่มที่เห็นว่า จำเลยโกงชาติโกงแผ่นดินไปมาก สมควรจะถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด รวมทั้งเงินที่อังกฤษและประเทศอื่นอายัติหรือเก็บไว้กว่าสองแสนล้าน รัฐบาลไทยก็ควรติดตามไปนำกลับมาเป็นของแผ่นดิน แต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ กลุ่มสนับสนุน อดีตนายกฯ ที่เห็นว่า การตัดสินของศาลไม่ยุติธรรม จึงได้ปลุกระดม เรียกร้องให้มีการประท้วงขับไล่รัฐบาล เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปสู่ระบอบอื่น ปูทางให้นักการเมืองที่ถูกพิพากษา ลงโทษพ้นผิด และนำไปสู่การสถาปนาอดีตนายกรัฐมนตรีให้กลับมามีอำนาจในเมืองไทยอักครั้งหนึ่ง

          เมื่อประมวลจากประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรมแล้ว เห็นว่า การประกาศรวมตัวกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงกลางเดือนมีนาคมเพื่อให้อดีตนายกกลับมาบริหารบ้านเมืองอีก ไม่นำจะเป็น “มีนามหาวิปโยค” แต่จะเป็น “มีนาสร่างโศก" แห่งแผ่นดินมากกว่า ด้วยเหตุผล 5 ประการ

          ประการแรก ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ที่สังกัดกลุ่มเสื้อแดง ส่วนใหญ่มีสำนึกรู้ผิดรู้ถูก รู้ดีรู้ชั่ว และรู้ควรไม่ควร มาเข้าร่วมกระบวนการชั่วร้ายก็อาจเป็นเพราะได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง แต่เมื่อได้มาพบว่า ผู้นำเสื้อแดงกำลังจะทำลายชาติบ้านเมือง สมาชิกเสื้อแดงที่เป็นคนดีเหล่านี้ ก็คงจะได้สติและถอยตนเองจากการซั้าเติมประเทศชาติอย่างแน่นอน

          ประการที่สอง กลุ่มเสื้อแดงแบ่งออกเป็นอย่างน้อย 4 กลุ่มและมีอุดมการณ์ต่างกัน คือ กลุ่มแดงคอมมิวนิสต์ กลุ่มแดงคอมมิชชั่น กลุ่มแดงอวิชชาหลงว่าอดีตนายกเป็นคนดี และกลุ่มแดงที่ต้องการความเป็นธรรมในสังคม แม้จะมีจุดมุ่งหมายเปลี่ยนแปลงระบอบ การปกครองฯ เหมือนกัน แต่ละกลุ่มก็หวังผลต่างกันจึงทำให้ขาดพลัง ที่จะทำการให้ประสบความสำเร็จได้ ที่สำคัญอย่างยิ่งในแต่ละกลุ่ม ก็ยังแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อเอาชนะใจ "นายใหญ่" พลังความร่วมมือจึงลดราลง ทำให้ทุกมาตรการที่ประกาศไว้ ไม่ประสบความสำเร็จ กลายเป็นเพียงคำขู่หรือราคาคุย เหตุการณ์ในกลางเดือนมีนาคมก็น่าจะอยู่ในลักษณะเดียวกัน

       ประการที่สาม ประเทศไทยตั้งอยู่ในชมพูทวีป ซึ่งเป็นดินแดนศักดิสิทธิ์ เป็นกรุงสัมมาทิษฐิ ไม่ไร้พระอริยะ อุดมสมบูรณ์จึงไม่มีคนอดตาย และไม่มีภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ หรือจากมนุษย์ด้วยกันเองจนมีคนตายเป็นพันเป็นหมื่นคน พระพุทธเจ้าทั้งหลายและเหล่าเทพ ที่สถิตย์อยู่ในชมพูทวีปจะทรงปกป้องความรุนแรงที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้คนดีมีคุณธรรมต้องได้รับภยันตราย ส่วนคนชั่วจะมีกระบวนการทำลายตัวเองจากกรรมหนักที่เป็นคนเนรคุณ มุ่งทำลายชาติทำลายแผ่นดิน 

        ชมพูทวีปไม่ใช่อินเดียอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นสุวรรณภูมิที่ประกอบด้วยประเทศไทย (จากภาคเหนือลงไปสุดภาคกลาง จากนครศรีธรรมราชถึงมาลายูเป็นลังกาทวีป) ประเทศลาว (รวมภาคเหนือและภาคใต้ของจีน) ประเทศเขมร (ตอนบน ส่วนเขมรตอนล่าง เป็นกุรุทวีป) ประเทศพม่าและมอญ

          ประการที่สี่ จุดแห่งความถูกต้องมีเพียงจุดเดียวคือ ศูนย์ (0) ซึ่งเป็นจุดที่จะทำให้คันตราชังไม่เอียงซ้ายหรือเอียงขวา ใครทำผิดย่อมได้รับโทษ ดังนั้น ผู้ใดที่มีสามัญสำนึกผิดเพียนจะต้องพังพินาศ และถูกทำลาย กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อช่วยคนชั่วเพียงคนเดียวก็จะต้องฉิบหายตามคนๆ นั้นไปด้วย

          ประการสุดท้าย โอกาสที่อดีตนายกฯ จะได้กลับมาประเทศไทยอีกนั้น เป็นไปไม่ได้ เว้นแต่จะสำนึกผิดจากใจจริง คืนเงินที่หามาได้ด้วยวิธีทุจริตให้แก่แผ่นดิน และกลับมารับโทษตามคำพิพากษาของศาล แต่การจะได้กลับมามีอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรี หรือสูงกว่านั้น เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้ในชาตินี้และชาติไหนๆ เพราะจะต้องตกนรกหมกไหม้ ชั่วกัลปวสาน การถูกลงโทษในนรก ศาลนรกจะต้องตัดสินโทษ ตามจำนวนโจทก์คือจำนวนประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรที่ถูกเบียดบังไป (หกสิบล้านคน) เช่น หากหากถูกจำคุกสองปีในโลกมนุษย์ ก็จะเป็นร้อยกว่าล้านปีในนรก เมื่อเทียบเวลาบนโลกนี้ก็เป็นเวลากว่าสองหมื่นห้าล้านล้านปีไม่เฉพาะเขาคนเดียวแต่ผู้ร่วมทำบาป  ก็ย่อมได้รับโทษในนรกไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันอีกด้วย

องค์ศักดิสิทธิทั้งหลาย ได้แก่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มีพระพุทธชินราช องค์ปฐมพุทธเป็นประธาน องค์ศักดิสิทธิ อาทิ พระพรหมาธิราช พระอินทราธิราช พระสยามเทวาธิราช และเทพเทวาทั้งหลาย ย่อมกำลังทรงจับพระเนตรดูกลุ่มคนที่กำลังทำดีหรือทำชั่วทุกขณะประหนึ่งเจ้าของ ฟาร์มปศุุสัตว์ ที่เฝ้าระวังสัตว์เลี้ยงของตน หากเห็นฝูงสุนัขจิ้งจอก เข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยง เจ้าของก็ย่อมสกัดกั้นและทำลายให้หมดไป ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้แน่นอน แต่กลับจะเป็นช่วงเวลา ที่บ้านเมืองจะได้ชำระล้างสิ่งโสโครกและความโสมมจากผืนแผ่นดินไทยไทยได้แก่  กลุ่มคนที่ไร้สามัญสำนึก ไม่รู้ผิดรู้ถูก ไม่รู้ดีรู้ชั่ว และไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควร ส่วนเสื้อแดงที่เป็นคนดีเมือได้สติกลับใจมาทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดินแล้ว ก็ย่อมจะรอดพ้นจากภัยพิบัติ สามารถดำรงตนและครอบครัวอย่างมีความสงบสุขต่อไป.

บ้านปทุมวัน 8 มีนาคม  2553  23.00 น.

 

ปีเสือ 2553 ขอให้เป็นปีวิบัติแห่งคนชั่วที่โกงชาติโกงแผ่นดิน

โดย

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์

ปีใหม่ 2553 ผ่านเข้ามาแล้ว พร้อมกับความหวังของ ประชาชนชาวไทย ที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไร้ความขัดแย้ง อยากเห็นนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกคน ทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่ความหวังของพวกเรา ก็หมดไป เมื่อมีข่าวการโกงการคอรับชั่นจากรัฐมนตรีบางคน และมติ กรต.ที่จะช่วยตำรวจที่ทำร้ายประชาชนให้พ้นผิด อีกทั้งมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค  ได้รวมหัวมีมติที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ทราบดีว่า สวนกระแสความต้องการของประชาชนและจะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง จากประชาชนที่หวังดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ยังดีใจที่ยังมีพรรคการเมืองที่มีสามัญสำนึกรู้ดีชั่ว มีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรม คือพรรคประชาธิปัตย์ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีบางคนที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และสส. รวม 48 คน ยกมือ เห็นดีเห็นงามกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะหลงเชื่อลมปากของผู้ใหญ่ในพรรคฯ ที่ใครๆ รับรู้ว่า เป็น "ราหู อมมารคฺ์" ว่า หากไม่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ต้องแตกสลาย ท่านไม่ทราบหรือว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้ซื้อสิทธิขายเสียงได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การช่วยให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลบางคน พ้นผิดจากความชั่วที่พวกตนได้ทำในสมัยที่ยังเป็นรัฐบาล หรือช่วยให้ตนเองและสส. ในพรรคที่ทำผิดกฎหมายฯ และได้ถูกตัดสินยุบพรรค พ้นจากความผิดที่ศาลได้ตัดสินโทษไปแล้ว

ขอตำหนิกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์บางตน บางกลุ่ม ที่กระทำตน เป็นเครื่องมือช่วยเหลือนักการเมือง ตำรวจ และทหาร ที่ประพฤติชั่วให้พ้นจากความผิด ทั้งๆ ที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิดไปแล้ว

 ขอประณามนักการเมืองและข้าราชการทีร่วมกันโกงชาติโกงแผ่นดินอย่างมูมมาม เบียดบังเงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชน อย่างหน้าด้าน ไร้ยางอาย และขอให้ฟ้าดินลงโทษนักการเมืองและข้าราชการชั่วเหล่านั้น ให้วิบัติหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยโดยเร็ว

ขอบอกนักการเมืองและข้าราชการชั่วทั้งหลายว่า นรกและสวรรค์มีจริง ท่านควร "เชื่อตอนเป็น ดีกว่าเห็นตอนตาย" เงินทุกบาททุกสตังที่ท่านโกงชาติโกงแผ่นดินในภพนี้ จะกลายเป็นเม็ด กรวด เม็ดทรายสร้างเรื่อนนรกรอท่านอยู่ในอเวจี ท่านจะหมกไหมในมหานรกชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ (สี>สย>สยม>สยาม) เม็ดทราย เม็ดดินทุกเม็ด และสินทรัพย์ ทุกชิ้นเป็นสมบัติแผ่นดิน หากท่านคดโกงท่านจะต้องถูกลงโทษอย่างแสนสาหัส ดังเนื้อเพลง "แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์" ที่ว่า "ใครมุ่งร้าย ทำลายแผ่นดินนี้ ใครย่ำยีความเป็นไทยให้สลาย ใครขายชาติ โกงแผ่นดิน ต้องวอดวาย มันต้องตาย ตกนรกหมกแผ่นดิน...."

โครงการใหญ่โตที่เรียกว่า เมกกะโปรเจก ท่านสรรสร้างและแก่งแย่งกัน เพราะหวังยื้อแย่ง 20-40% หรือมากกว่าของงบประมาณมาเป็นของตน เพื่อสร้างฐานอำนาจ ซื้อสิทธิ ขายเสียง หาทางเข้ามาเป็นสส. และเป็นรัฐบาลอย่างไม่ถูกทำนองครองธรรม 

อยากจะถามว่า นักการเมืองชั่วๆ เหล่านั้นว่า ท่านยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ ที่ยักยอก เบียดเบียนเงินงบประมาณที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของ พี่น้องร่วมชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน และท่านดูหมิ่นดูแคลนพวกเขา ท่านคิดว่า มีความชอบธรรมหรือที่ตนอาสาเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศชาติ แต่มาให้ค่าตอบแทนตนเองด้วยการคดโกงอย่างมากมายมหาศาล บางพวกยุบและฮุบที่ของ รสพ. เพื่อสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของตนเอง... สนามบินสุวรรณภูมิแออัดไม่มีที่จะเดินเพราะพื้นที่ทางเดินกลายเป็นห้างสรรพสินค้า ที่ผลประโยชน์ก็เป็นของคนกลุ่มเดียวกันที่ฮุบที่ของรสพ. ที่ถูกนักการเมืองรีดไถจนกิจการป่นปี้ และถูกยุบไปโดยรัฐบาลชั่วที่สร้างประวัติการฉ้อราษฎร์บังหลวง เลวทรามที่สุดในประวัติศาสตร์ขาติไทย

ปีนี้ ฟ้าส่งเสือมา ไม่ใช่เสือใจดี แตเสือจะมาขยี้ขยำคนชั่ว และกวาดล้างนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และคนเลวทราม ทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

หากท่านไม่ใช่นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจเลวทรามพวกนั้น ท่านก็ไม่ต้องเดือดร้อนจริงไหม?

ท่านคงไม่เชื่อนรกว่ามีจริง ท่านจะพบแน่ๆ เมื่อท่านตายไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สายเกินไป หากท่านสำนึกผิด และประสงค์จะละเลิกความโลภ (เงินและอำนาจ) ท่านก็ยังมีโอกาสกลับตัวกลับใจ มาทำความดีเพื่อบ้านเมือง เมื่อนั้นท่านจะรอดจากคมเขี้ยวของเสือแห่งปี 2553 ได้อย่างแน่นอน

ขอให้คนชั่วจงพินาศ และคนดีจงเจริญรุ่งเรือง!

บ้านปทุมวัน 26 มกราคม 2553  23.58 น.

  เจ้ามูลแม้ว-พม่าหรือเขมรกลับชาติมาเกิด? (โปรกดคลิ้ก)

 

 

เว้ปไซต์นี้ เสนอทัศนะทางเศรษฐกิจและการเมือง การศึกษา ธรรมะกับชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติและผลงาน การวิจัย พระพุทธอุบัติภูมิ งานสร้างสรรค์ทำให้มสธ. ฯลฯ ทุกสัปดาห์    ทัศนะที่นำเสนอในเว้ปไซต์นี้ เป็นของ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไม่จำเป็นต้องสะท้อนองค์กรที่เคยสังกัดหรือกำลังสังกัดในปัจจุบัน

Buddha's Birthplace  

 

 

 

 

 

นายชัยยงค์ พรหมวงศ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฺฑิต กรกฎาคม ๒๕๐๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระบารมีปกเกล้า--ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ประจำปีการศึกษา  ๒๕๒๔-๒๕

 

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชวโรกาส ให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ถ่ายภาพร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย (ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล) อธิการบดี (รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร) และรองอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ซ้ายสุด) เนื่องในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมใหม่ สวนอัมพร มกราคม ๒๕๔๕

 

 

 

 

 

สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงอนุญาตให้รองศาสตราจารย์ ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (แถวหน้า คนที่ 2 จากซ้าย) นำผู้บริหาร อดีตผู้บริหาร (ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ แถวหน้าขวาสุด) และเจ้าหน้าที่เข้าเฝ้าฯ ณ วังเลอดีส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.chaiyongvision.com email: chaiyong@irmco.com