|
บทความใหม่
สังคมการเมืองไทย:
สังคมวิกฤตคุณธรรม
โดย
ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์
www.chaiyongvision.com
หกเดือนหลังจากพระจันทร์ยิ้ม
การเมืองไทยคลี่คลายได้เพียงสี่เดือน
ประเทศชาติก็ประสบวิกฤตการณ์
"เมษาทมิฬ"
เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงและนักการเมืองในระบอบทักษิณ
จัดชุมนุมประท้วง
ก่อความ
วุ่นวายทำลายการประชุมอาเซียนที่พัทยา
และรุมทำร้าย
ทุบรถยนตร์
นายกรัฐมนตรีถึงสองครั้ง
แกนนำ
พันธมิตรถูกลอบทำร้ายด้วยอาวุธสงคราม
ถูกยิงด้วยปืน
และระเบิดเกือบสองร้อยนัด
รอดตายอย่างหวุดหวิด
เพราะเทวดาปกป้องคนดี
รัฐบาลต้องเผชิญ
ปัญหาเศรษฐกิจ
การก่อเหตุ
ความวุ่นวายของ
ผู้ก่อการร้าย
ในสามจังหวัดภาคใต้
แต่ที่สำคัญยิ่ง
คือพฤติกรรมของพรรคร่วมรัฐบาล
ที่พยายาม เสนอโครงการ
ขัดแย้งกับความเห็นของประชาชน
ด้วยการพยายามเช่ารถเมลถึงคันละเกือบ
ยี่สิบล้านบาท
ระยะเวลาสิบปีซ้ำรอยความผิดพลาด
ในการซื้อรถเมลยูโรในอดีต
และยังยัดเยียด
โครงการหมื่นล้าน
แสนล้านอีกมากมาย
โดยไม่แยแสสภาพทางเศรษฐกิจของบ้านเมือง
แสดงกิริยาอาการไร้มรรยาท
พูดจาหยาบคาย
ให้ของลับ
ทะเลาะวิวาทในรัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ
เราจะมองสังคมการเมืองไทยอย่างไร
ก็มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้
นอกจากมองเห็นความโสมมของนักการเมืองส่วนใหญ่
ที่ไม่แคร์
ความรู้สึกของประชาชนว่า
เป็นสังคมวิกฤตคุณธรรมของนักการเมืองไทย
บอกตรงๆ
เห็นหน้านักการเมืองบางกลุ่มบางคนแล้วรู้สึกหดหู่
สลดใจ
ในวิกฤตคุณธรรมที่พวกเขา
แสดงออกมา อาทิ ...
ความตะกระตะกราม
กินบ้านกินเมืองอย่างมูมมาม
...การให้เอกชน
เช่าที่ดินของทางรถไฟในราคาต่ำ
...การคอรับชั้นในเกือบทุกส่วนของสนามบินสุวรณภูมิ
จนทำให้กลายเป็นสนามคุณภาพต่ำ
...การนำพื้นที่
ของสนามบินไปให้เอกชนที่นักการเมืองมีหุ้นส่วนทำกิน
จนกลายเป็นสนามบินในศูนย์การค้า
...การรับจำนำข้าว
และพืชผลเพื่อให้พรรคพวกที่เป็นนายทุนและนักการเมืองเองร่ำรวยจากเงินภาษีอากรของประชาชน
... ประพฤติผิด ใน
ศีลข้อกาเมฯ
โดยไม่เลือกว่าเป็นลูกใครเมียใคร
...การร่อนเร่ขายตัวไปยังพรรคที่ให้ค่าตัวหรือผลประโยชน์สูงกว่า
....
พฤติการณ์เหล่านี้
ทำให้เห็นหน้านักการเมืองเหมือนฝูงหมาจิ้งจอก
หรือฝูงเหลือบที่รุมตอม
ดูดทึ้งเลือดวัวควาย
หรือตัวเห็บขนาดใหญ่ในภาพยนตร์ฝรั่งที่ตั็กแตนจากต่างดาวบุกโลก
มีทหารตั็กแตน
ล่ามนุษย์ไปเป็นเหยื่อนายของมันที่มีลักษณะเหมือนตัวเห็บขนาดเท่ารถบันทุก
เพื่อดูดสมองเหยื่อมนุษย์เป็นอาหาร
จนอ้วนพี ...เห็นนักการเมืองและนายทุน
เป็นตัวพยาธิ์ที่ยั้วเยี้ย
ดูดเลือดประเทศไทย
จนซูบผอม...
สภาพเหล่านี้
ทำให้เมืองไทยดูเหมือนจะไร้อนาคต
ไร้ความหวังจริงๆ
แต่ก็ยังดีที่พอจะมี
นักการเมืองที่เป็นคนดีเช่นนายกรัฐมนตรี
และอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง
แม้จะมีจำนวนน้อย
นักการเมืองที่เหลือล้วนถูกครอบด้วยกิเลส
คือ ความโลภ โกรธ
และหลง ที่กัดกร่อนใจ
จนกลายเป็นอสูรในร่างคน...
แม้แต่ในพรรคแกนนำรัฐบาลที่มีนายกฯ
เป็นคนดีมีคุณธรรม
ก็ไม่วายที่อาจจะมีคนรอบข้างถูกครอบงำด้วยความโลภ
วิกฤตคุณธรรมเหล่านี้
เกิดจากความเสื่อมทรามคุณธรรมของนักการเมืองไทย
4
ประการ
ประการแรก เกิดจากความหลง
นักการเมืองส่วนใหญ่หลงผิดว่า
อำนาจคือบันไดไปสู่ความร่ำรวย
จึงแสงหาอำนาจเพื่อเป็นหนทางที่จะกอบโกยความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง
ครอบครัว และพรรคพวก
หลงผิดว่า
เงินเป็นพระเจ้า
ที่จะดลบันดาลความมั่งคั่งให้แก่พวกตน
ไม่เกรงกลัวบาป
และไม่เชื่อว่า
มีนรกสวรรค์หลังความตาย
ไม่เชื่อว่า
ทุกบาททุกสตางค์ที่พวกมันฉ้อโกงบ้านเมือง
จะกลายเป็นเม็ดกรวด
เม็ดทราย
สร้างเรือนนรก
รอพวกมันในนรกอเวจี
ส่วนใหญ่เรียกตัวเองว่า
เป็นชาวพุทธ
แต่ไม่เกรงกลัวและไม่ละอายบาป
ไม่แยแสต่อคำสอนของพระศาสดา
ประการที่สอง เกิดจากความอ่อนไหว
กลัวเสียผลประโยชน์
ทำให้นักการเมืองหวงอำนาจ
เพราะอยากอยู่ในอำนาจต่อไป
ทำให้นักการเมืองฝ่ายดีต้องยอมร่วมมือกับฝ่ายไม่ดี
เมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว
ก็ขาดความกล้าหาญ
ที่จะไปทัดทานพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอโครงการที่เห็นได้ชัดว่า
ไม่โปร่งใสและ
ทำไปเพื่อประโยชน์นายทุนที่แฝงตัวในคราบนักการเมือง
ทั้งๆ
ที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ
ที่จะทักท้วงหรือยุติโครงการ
ชั่วช้าสามานย์เหล่านั้ได้
แต่ก็เกรงใจบางพรรคร่วมรัฐบาลที่ไร้คุณธรรม
จึงปล่อยให้วิกฤตคุณธรรมระบาดต่อไป
ทำให้พรรคแกนนำรัฐบาลเสียแต้ม
เสียรังวัด เช่น
การโยกย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปยัง
สนามบินสุวรรณภูมิ
นายกรัฐมนตรีสั่งให้ทบทวน
บอร์ดการบินไทยฯ
ก็ยังเดินหน้าโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน
ประการที่สาม เกิดจากความล้าช้าในกระบวนการยุติธรรม
ที่ไม่สามารถลงโทษนักการเมืองชั่วบางคน
ปล่อยให้คดียืดเยื่้อ
ทำให้นักการเมืองบางคน
ที่ทำความผิดยังคงลอยนวล
ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองห้าปี
ก็ยังออกมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
ชักใยเป่านกหวีดอยู่เบื้องหลังโดยไม่มีกล้าเอาผิด
ผู้ที่ทำความผิดในอดีต
ก็ยังลอยนวลและมีโอกาสทำผิดซ้ำอีก
ประการที่ สี
เกิดจากจาดการอบรมคณธรรมในระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษา
และอุดมศึกษา
เนื่องจากหลักสูตรที่สอนเน้นเนื้่อหาสาระที่ไม่สอดคล้องกับชีวิต
นักเรียนต้องเรียน "ขยะหลักสูตร"
คือเนื้อหาสาระที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชข์
นักเรียนนักศึกษาก็มุ่งให้ได้ประกาศนียบัตรหรือปริญญามากกว่า
ได้ความรู้ความสามารถ
จึงไม่มีเวลาพัฒนาทักษะชีวิตโดยเฉพาะการพัฒนาคุณธรรม
ประชาชนจึงขาดสามัญสำนึกสามประการคือ
รู้ดีรู้ชั่ว
รู้ถูกรู้ผิด
รู้ควรไม่ควร
เมื่อเลือกตัวแทนประชาชนก็ได้
ผู้ที่ไม่สามารถทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม
แต่กลับได้โสเภณีการเมือง
คือ ผู้ที่ยอมขายตัว
ขายวิญญาณเพื่อเงินหรือลาภ
ยศ สรรเสริญ
วิกฤตคุณธรรมจะหายไปจากการเมืองไทย
ก็ต่อเมื่อเราพัฒนาการศึกษา
ฝึกสำนึกพลเมือง
ให้มีคุณธรรม
และพัฒนาการเมืองใหม่ที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในเมืองไทย
เพื่อจะได้นักการเมืองที่ดี
เข้ามาละลายพฤติกรรมนักการเมืองชั่วให้ค่อยๆ
หายไป
เมื่อไร้วิกฤตคุณธรรม
ความสงบสุขของบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้นในที่สุด
ปทุมวัน
1
มิถุนายน 2552
|