|
บทความใหม่
ปีเสือ
2553
ขอให้เป็นปีวิบัติแห่งคนชั่วที่โกงชาติโกงแผ่นดิน
โดย
ศาสตราจารย์
ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์
ปีใหม่
2553 ผ่านเข้ามาแล้ว
พร้อมกับความหวังของ
ประชาชนชาวไทย
ที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข
ไร้ความขัดแย้ง
อยากเห็นนักการเมือง
ข้าราชการ พ่อค้า
ประชาชนทุกคน
ทำงานเพื่อบ้านเมือง
แต่ความหวังของพวกเรา
ก็หมดไป
เมื่อมีข่าวการโกงการคอรับชั่นจากรัฐมนตรีบางคน
และมติ กรต.ที่จะช่วยตำรวจที่ทำร้ายประชาชนให้พ้นผิด
อีกทั้งมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค
ได้รวมหัวมีมติที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งๆ ที่ทราบดีว่า
สวนกระแสความต้องการของประชาชนและจะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง
จากประชาชนที่หวังดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
อย่างไรก็ตาม
พวกเราก็ยังดีใจที่ยังมีพรรคการเมืองที่มีสามัญสำนึกรู้ดีชั่ว
มีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรม
คือพรรคประชาธิปัตย์
แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีบางคนที่เป็นกรรมการบริหารพรรค
และสส. รวม 48 คน ยกมือ
เห็นดีเห็นงามกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะหลงเชื่อลมปากของผู้ใหญ่ในพรรคฯ
ที่ใครๆ รับรู้ว่า เป็น
"ราหู อมมารคฺ์" ว่า
หากไม่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลก็ต้องแตกสลาย
ท่านไม่ทราบหรือว่า
พรรคร่วมรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้ซื้อสิทธิขายเสียงได้ง่ายขึ้น
และนำไปสู่การช่วยให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลบางคน
พ้นผิดจากความชั่วที่พวกตนได้ทำในสมัยที่ยังเป็นรัฐบาล
หรือช่วยให้ตนเองและสส.
ในพรรคที่ทำผิดกฎหมายฯ
และได้ถูกตัดสินยุบพรรค
พ้นจากความผิดที่ศาลได้ตัดสินโทษไปแล้ว
ขอตำหนิกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์บางตน
บางกลุ่ม ที่กระทำตน
เป็นเครื่องมือช่วยเหลือนักการเมือง
ตำรวจ และทหาร
ที่ประพฤติชั่วให้พ้นจากความผิด
ทั้งๆ ที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิดไปแล้ว
ขอประณามนักการเมืองและข้าราชการทีร่วมกันโกงชาติโกงแผ่นดินอย่างมูมมาม
เบียดบังเงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชน
อย่างหน้าด้าน
ไร้ยางอาย
และขอให้ฟ้าดินลงโทษนักการเมืองและข้าราชการชั่วเหล่านั้น
ให้วิบัติหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยโดยเร็ว
ขอบอกนักการเมืองและข้าราชการชั่วทั้งหลายว่า
นรกและสวรรค์มีจริง
ท่านควร "เชื่อตอนเป็น
ดีกว่าเห็นตอนตาย"
เงินทุกบาททุกสตังที่ท่านโกงชาติโกงแผ่นดินในภพนี้
จะกลายเป็นเม็ด กรวด
เม็ดทรายสร้างเรื่อนนรกรอท่านอยู่ในอเวจี
ท่านจะหมกไหมในมหานรกชั่วกัปป์ชั่วกัลป์
แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
(สี>สย>สยม>สยาม)
เม็ดทราย
เม็ดดินทุกเม็ด
และสินทรัพย์
ทุกชิ้นเป็นสมบัติแผ่นดิน
หากท่านคดโกงท่านจะต้องถูกลงโทษอย่างแสนสาหัส
ดังเนื้อเพลง "แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์"
ที่ว่า "ใครมุ่งร้าย
ทำลายแผ่นดินนี้
ใครย่ำยีความเป็นไทยให้สลาย
ใครขายชาติ โกงแผ่นดิน
ต้องวอดวาย มันต้องตาย
ตกนรกหมกแผ่นดิน...."
โครงการใหญ่โตที่เรียกว่า
เมกกะโปรเจก
ท่านสรรสร้างและแก่งแย่งกัน
เพราะหวังยื้อแย่ง 20-40%
หรือมากกว่าของงบประมาณมาเป็นของตน
เพื่อสร้างฐานอำนาจ
ซื้อสิทธิ ขายเสียง
หาทางเข้ามาเป็นสส.
และเป็นรัฐบาลอย่างไม่ถูกทำนองครองธรรม
อยากจะถามว่า
นักการเมืองชั่วๆ
เหล่านั้นว่า
ท่านยังมีความเป็นคนอยู่ไหม
ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ
ที่ยักยอก
เบียดเบียนเงินงบประมาณที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของ
พี่น้องร่วมชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน
และท่านดูหมิ่นดูแคลนพวกเขา
ท่านคิดว่า
มีความชอบธรรมหรือที่ตนอาสาเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศชาติ
แต่มาให้ค่าตอบแทนตนเองด้วยการคดโกงอย่างมากมายมหาศาล
บางพวกยุบและฮุบที่ของ
รสพ.
เพื่อสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของตนเอง...
สนามบินสุวรรณภูมิแออัดไม่มีที่จะเดินเพราะพื้นที่ทางเดินกลายเป็นห้างสรรพสินค้า
ที่ผลประโยชน์ก็เป็นของคนกลุ่มเดียวกันที่ฮุบที่ของรสพ.
ที่ถูกนักการเมืองรีดไถจนกิจการป่นปี้
และถูกยุบไปโดยรัฐบาลชั่วที่สร้างประวัติการฉ้อราษฎร์บังหลวง
เลวทรามที่สุดในประวัติศาสตร์ขาติไทย
ปีนี้
ฟ้าส่งเสือมา
ไม่ใช่เสื่อใจดี
แต่จะมาขยี้ขยำคนชั่ว
และกวาดล้างนักการเมือง
ข้าราชการ
และนักธุรกิจเลวทรามทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย
หากท่านไม่ใช่นักการเมือง
ข้าราชการ
และนักธุรกิจเลวทรามพวกนั้น
ท่านก็ไม่ต้องเดือดร้อนจริงไหม?
ท่านคงไม่เชื่อนรกว่ามีจริง
ท่านจะพบแน่ๆ
เมื่อท่านตายไปแล้ว
แต่ก็ยังไม่สายเกินไป
หากท่านสำนึกผิด
และประสงค์จะละเลิกความโลภ
(เงินและอำนาจ)
ท่านก็ยังมีโอกาสกลับตัวกลับใจ
มาทำความดีเพื่อบ้านเมือง
เมื่อนั้นท่านจะรอดจากคมเขี้ยวของเสือแห่งปี
2553 ได้อย่างแน่นอน
ขอให้คนชั่วจงพินาศ
และคนดีจงเจริญรุ่งเรือง!
บ้านปทุมวัน
26
มกราคม 2553 23.58
น.
เจ้ามูลแม้ว-พม่าหรือเขมรกลับชาติมาเกิด?
โดย
ศาสตราจารย์
ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์
www.chaiyongvision.com
ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ
เป็นพระพุทธวัจนะ
ชาวพุทธจึงมีความเชื่อถือกันมาตั้งแต่สมัยพระพุทธกาลว่า
สรรพสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันย่อมที่มาที่ไป
เมื่อระบอบทักษิณกลายเป็นโรคระบาดครอบงำชาวไทย
คนไทยจำนวนไม่น้อยก็เชื่อว่า
ผู้ที่เป็นเจ้าระบอบทักษิณซึ่งสื่อมวลชนเรียกว่า
เจ้ามูลแม้ว
น่าจะเป็นอดีตกษัตริย์พม่า
พร้อมด้วยบริวารกลับชาติมาเกิด
เพื่อ เอาคืน
เมืองไทย
แต่เมื่อปรากฎการณ์เขมรป่วนไทยเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ก็ทำให้หลายคนสงสัยว่า
เจ้ามูลแม้วน่าจะไม่ใช่คนพม่ากลับชาติมาเกิด
แต่น่าจะเป็นคนเขมร
สมุนพระยาละแวกมาทำความวุ่นวายให้แผ่นดินไทย
ดังที่พระยาละแวกและทหารเขมรได้เคยกระทำมาในอดีต
หลังจากถูกประหารชีวิตไปแล้ว
ดวงวิญญาณพระยาละแวก
ก็คงหมกไหม้ในนรกคงไม่ได้กลับมาเกิดทำความวุ่นวายให้ชาวไทยในปัจจุบัน
ดังนั้น
ผู้ที่ทำความปั่นป่วน
น่าจะเป็นสมุน คือ
เจ้ามูลแม้ว และ
เจ้าฮุยเซง (สระ อุ
แผลงเป็น ว ได้)
สมุนพระยาละแวกคงไม่ทราบว่า
ในปีที่พระยาละแวกถูกตัดหัวเอาเลือดมาล้างพระบาทพระนเรศวรนั้น
เหตุการณ์ช่วงนั้นเป็นอย่างไร
ผู้เขียนขอยกเหตุการณ์
ตามที่จารึกไว้ในพงศาวดารกรุงเก่า
มาฉายให้ดู
เมื่อวันเสาร์
เดือนห้า ขึ้นสามต่ำ จศ.
946 (พ.ศ. 2027) ปีวอก ฉศก
วันที่่กองทัพศรีอยุธยา
ที่ตีเมืองเขมรและจับตัวพระยาละแวกได้
...สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว
(สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
แย้มพระโอษฐ์
แล้วมีพระราชโองการตรัสถามพระยาละแวกว่า
ท่านเป็นกษัตริย์ขัติยราชดำรงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี
มีกุรุราฐเป็นแว่นแคว้นขัณฑเสมา
ฝ่ายกรุงพระนครศรีอยุธยา
ก็มีประจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น
และสองพระนครก็เป็นธานีใหญ่
ถ้าจะใคร่ได้สมบัติ
ในพระนครศรีอยุธยาฯ
แผ่เสมามลฑลให้กว้างขวาง
เหตุไฉนจึงมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องตามทำนองขัตติยราชรณยุทธ์
อันเป็นที่บันเทิงราชหฤทัยกษัตริยราชแต่ก่อน
จึงคอยแต่ว่า
ศึกษากรุงหงสาวดีมาติพระนครศรีอยุธยาครั้งใด
ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติม
ตีเอาเมืองชนบทประเทศ
กวาดครัวอพยพมาเมืองทุกครั้ง
ทำศึกดุจจกามาลักลอบฟองสกุณปักษ์
ฉะนั้นควรด้วยราชประเพณีแล้วฤาประการใด
ครั้งนี้ท่านปราชัยแก่เราแล้ว
จะคิดฉันใดเล่า...
เมื่อพระยาละแวกสำนึกผิดทูลตอบว่า
ข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา...โทษผิดถึงตาย
ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตก็จะเป็นข้าขัณฑเสมากรุงเทพมหานคร
ถ้ามิเลี้ยงก็จะก้มหน้าตาย
สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว
ตรัสว่า เราได้ออกวาจาไว้แล้วว่า
ถ้ามีชัยแก่ท่าน
เราจะทำพิธีปฐมกรรมเอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้
ท่านอย่าอาลัยในชีวิตเลย
จงหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด
บุตรภรรยา
ญาติประยูรวงศ์
เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน
หลังจากนั้นก็เสด็จขึ้นบนเกย
เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย
ตัดศีร์ษะ
เอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว
พระโหราธิบดีลั่นฆ้องไชย
ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์
ประโคมดุริยดนตรี
ถวายมรุธาภิเษก
ทรงอาเศียรพาท
โดยสารทพิธี
เสร็จเสด็จสู่พลับพลา....
(จากพงศาวดารกรุงเก่า
หน้า 142-44)
เรื่องปฐมกรรมพระยาละแวก
ที่บันทึกไว้ในประวัติศาตร์ไทย
ทำให้คนไทยเชื้อสายเขมรไม่เชื่อและไม่สบายใจ
แต่เมื่อเกิดพฤติกรรมของเจ้าฮุยเซง
และพฤติกรรมของเจ้ามูลแม้ว
ทำความแตกแยกให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย
จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์
และดูหมิ่นดูแคลนศักดิ์ศรีไทย
ก็ตอกย้ำพฤติกรมของพรรคพวกนายฮุยเซงและบริวาร
อย่างเห็นได้ชัด
ร้ายกว่านั้น
บริวารพระยาละแวกยังแทรกซึมอยู่ในหมู่ประชาชนชาวไทย
ในกลุ่มตำรวจ
ในกองทัพไทย นักธุรกิจ
และนักวิชาการที่ปล่อยให้เขมรกระทำการอันอหังการ
ดูหมิ่นดูแคลนศักดิ์ศรีชาวไทยและแผ่นดินไทยโดยไม่มีมันผู้ใดออกมาโวยวาย
หรือประท้วง
แต่ประการใด
ขออัญเชิญดวงวิญญาณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โปรดประทานพลังสติปัญญา
ความกล้าแกร่งให้ผู้นำประเทศไทย
ในการกอบกู้เกียรติศักดิ์และอธิปไตยแห่งประเทศไทย
เพื่อให้รอดพ้นจากความโลภในการเงินตราและอำนาจเพื่อให้ชาวไทยรอดพ้นจากสภาวะแห่งความวุ่นวายดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน.
|