แนะนำ ประวัติ ผลงาน และทัศนะ

                                                                                

  [การศึกษา][การวิจัย][ธรรมะกับชีวิต][เศรษฐกิจและการเมือง][พระพุทธอุบัติภูมิ] [50 ผลงานสร้างสรรค์ให้ มสธ.] [ประวัติและผลงาน]

     โปรดคลิ้ก   

 ประวัติและผลงาน

ฉบับย่อ    ฉบับละเอียด

 

 

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ

  

 

 

 

 

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ขวามือ) นำ อธิการบดี (ผ.ศ.เฉลย ภูมิพันธ์) กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์  เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ณ พระที่นั่งดุสิตาลัย เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๙

 

 

 

 

 

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา (๒๕๔๔)

คติประจำใจ

"ปราศจากความพยายามที่ทุรนทุราย จะหาความเป็นเลิศ มิได้เลย"

 

 

 

 

 

 

 

ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ ในชุดครุยผู้บริหาร มสธ.นึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชและเป็นผู้พัฒนา ระบบการสอนทางไกล "แผนมสธ." อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 

  

โปรดแสดงความคิดเห็น

Webstats4U - Free web site statistics
Personal homepage website counter

Free counter and web stats

 

 บทความใหม่

ปีเสือ 2553 ขอให้เป็นปีวิบัติแห่งคนชั่วที่โกงชาติโกงแผ่นดิน

โดย

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์

ปีใหม่ 2553 ผ่านเข้ามาแล้ว พร้อมกับความหวังของ ประชาชนชาวไทย ที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไร้ความขัดแย้ง อยากเห็นนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกคน ทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่ความหวังของพวกเรา ก็หมดไป เมื่อมีข่าวการโกงการคอรับชั่นจากรัฐมนตรีบางคน และมติ กรต.ที่จะช่วยตำรวจที่ทำร้ายประชาชนให้พ้นผิด อีกทั้งมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค  ได้รวมหัวมีมติที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ทราบดีว่า สวนกระแสความต้องการของประชาชนและจะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง จากประชาชนที่หวังดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ยังดีใจที่ยังมีพรรคการเมืองที่มีสามัญสำนึกรู้ดีชั่ว มีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรม คือพรรคประชาธิปัตย์ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีบางคนที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และสส. รวม 48 คน ยกมือ เห็นดีเห็นงามกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะหลงเชื่อลมปากของผู้ใหญ่ในพรรคฯ ที่ใครๆ รับรู้ว่า เป็น "ราหู อมมารคฺ์" ว่า หากไม่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ต้องแตกสลาย ท่านไม่ทราบหรือว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้ซื้อสิทธิขายเสียงได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การช่วยให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลบางคน พ้นผิดจากความชั่วที่พวกตนได้ทำในสมัยที่ยังเป็นรัฐบาล หรือช่วยให้ตนเองและสส. ในพรรคที่ทำผิดกฎหมายฯ และได้ถูกตัดสินยุบพรรค พ้นจากความผิดที่ศาลได้ตัดสินโทษไปแล้ว

ขอตำหนิกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์บางตน บางกลุ่ม ที่กระทำตน เป็นเครื่องมือช่วยเหลือนักการเมือง ตำรวจ และทหาร ที่ประพฤติชั่วให้พ้นจากความผิด ทั้งๆ ที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิดไปแล้ว

 ขอประณามนักการเมืองและข้าราชการทีร่วมกันโกงชาติโกงแผ่นดินอย่างมูมมาม เบียดบังเงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของประชาชน อย่างหน้าด้าน ไร้ยางอาย และขอให้ฟ้าดินลงโทษนักการเมืองและข้าราชการชั่วเหล่านั้น ให้วิบัติหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยโดยเร็ว

ขอบอกนักการเมืองและข้าราชการชั่วทั้งหลายว่า นรกและสวรรค์มีจริง ท่านควร "เชื่อตอนเป็น ดีกว่าเห็นตอนตาย" เงินทุกบาททุกสตังที่ท่านโกงชาติโกงแผ่นดินในภพนี้ จะกลายเป็นเม็ด กรวด เม็ดทรายสร้างเรื่อนนรกรอท่านอยู่ในอเวจี ท่านจะหมกไหมในมหานรกชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ (สี>สย>สยม>สยาม) เม็ดทราย เม็ดดินทุกเม็ด และสินทรัพย์ ทุกชิ้นเป็นสมบัติแผ่นดิน หากท่านคดโกงท่านจะต้องถูกลงโทษอย่างแสนสาหัส ดังเนื้อเพลง "แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์" ที่ว่า "ใครมุ่งร้าย ทำลายแผ่นดินนี้ ใครย่ำยีความเป็นไทยให้สลาย ใครขายชาติ โกงแผ่นดิน ต้องวอดวาย มันต้องตาย ตกนรกหมกแผ่นดิน...."

โครงการใหญ่โตที่เรียกว่า เมกกะโปรเจก ท่านสรรสร้างและแก่งแย่งกัน เพราะหวังยื้อแย่ง 20-40% หรือมากกว่าของงบประมาณมาเป็นของตน เพื่อสร้างฐานอำนาจ ซื้อสิทธิ ขายเสียง หาทางเข้ามาเป็นสส. และเป็นรัฐบาลอย่างไม่ถูกทำนองครองธรรม 

อยากจะถามว่า นักการเมืองชั่วๆ เหล่านั้นว่า ท่านยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ท่านไม่ละอายใจบ้างหรือ ที่ยักยอก เบียดเบียนเงินงบประมาณที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของ พี่น้องร่วมชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน และท่านดูหมิ่นดูแคลนพวกเขา ท่านคิดว่า มีความชอบธรรมหรือที่ตนอาสาเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศชาติ แต่มาให้ค่าตอบแทนตนเองด้วยการคดโกงอย่างมากมายมหาศาล บางพวกยุบและฮุบที่ของ รสพ. เพื่อสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของตนเอง... สนามบินสุวรรณภูมิแออัดไม่มีที่จะเดินเพราะพื้นที่ทางเดินกลายเป็นห้างสรรพสินค้า ที่ผลประโยชน์ก็เป็นของคนกลุ่มเดียวกันที่ฮุบที่ของรสพ. ที่ถูกนักการเมืองรีดไถจนกิจการป่นปี้ และถูกยุบไปโดยรัฐบาลชั่วที่สร้างประวัติการฉ้อราษฎร์บังหลวง เลวทรามที่สุดในประวัติศาสตร์ขาติไทย

ปีนี้ ฟ้าส่งเสือมา ไม่ใช่เสื่อใจดี แต่จะมาขยี้ขยำคนชั่ว และกวาดล้างนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจเลวทรามทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

หากท่านไม่ใช่นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจเลวทรามพวกนั้น ท่านก็ไม่ต้องเดือดร้อนจริงไหม?

ท่านคงไม่เชื่อนรกว่ามีจริง ท่านจะพบแน่ๆ เมื่อท่านตายไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สายเกินไป หากท่านสำนึกผิด และประสงค์จะละเลิกความโลภ (เงินและอำนาจ) ท่านก็ยังมีโอกาสกลับตัวกลับใจ มาทำความดีเพื่อบ้านเมือง เมื่อนั้นท่านจะรอดจากคมเขี้ยวของเสือแห่งปี 2553 ได้อย่างแน่นอน

ขอให้คนชั่วจงพินาศ และคนดีจงเจริญรุ่งเรือง!

บ้านปทุมวัน 26 มกราคม 2553  23.58 น.

เจ้ามูลแม้ว-พม่าหรือเขมรกลับชาติมาเกิด?

โดย

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์

www.chaiyongvision.com

 “ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ” เป็นพระพุทธวัจนะ ชาวพุทธจึงมีความเชื่อถือกันมาตั้งแต่สมัยพระพุทธกาลว่า สรรพสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันย่อมที่มาที่ไป เมื่อระบอบทักษิณกลายเป็นโรคระบาดครอบงำชาวไทย คนไทยจำนวนไม่น้อยก็เชื่อว่า ผู้ที่เป็นเจ้าระบอบทักษิณซึ่งสื่อมวลชนเรียกว่า “เจ้ามูลแม้ว” น่าจะเป็นอดีตกษัตริย์พม่า พร้อมด้วยบริวารกลับชาติมาเกิด เพื่อ “เอาคืน” เมืองไทย

แต่เมื่อปรากฎการณ์เขมรป่วนไทยเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ทำให้หลายคนสงสัยว่า เจ้ามูลแม้วน่าจะไม่ใช่คนพม่ากลับชาติมาเกิด แต่น่าจะเป็นคนเขมร สมุนพระยาละแวกมาทำความวุ่นวายให้แผ่นดินไทย ดังที่พระยาละแวกและทหารเขมรได้เคยกระทำมาในอดีต

หลังจากถูกประหารชีวิตไปแล้ว ดวงวิญญาณพระยาละแวก ก็คงหมกไหม้ในนรกคงไม่ได้กลับมาเกิดทำความวุ่นวายให้ชาวไทยในปัจจุบัน ดังนั้น ผู้ที่ทำความปั่นป่วน น่าจะเป็นสมุน คือ เจ้ามูลแม้ว และ เจ้าฮุยเซง (สระ อุ แผลงเป็น ว ได้)

สมุนพระยาละแวกคงไม่ทราบว่า ในปีที่พระยาละแวกถูกตัดหัวเอาเลือดมาล้างพระบาทพระนเรศวรนั้น เหตุการณ์ช่วงนั้นเป็นอย่างไร ผู้เขียนขอยกเหตุการณ์ ตามที่จารึกไว้ในพงศาวดารกรุงเก่า มาฉายให้ดู เมื่อวันเสาร์ เดือนห้า ขึ้นสามต่ำ จศ. 946 (พ.ศ. 2027) ปีวอก ฉศก วันที่่กองทัพศรีอยุธยา ที่ตีเมืองเขมรและจับตัวพระยาละแวกได้

“...สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)  แย้มพระโอษฐ์ แล้วมีพระราชโองการตรัสถามพระยาละแวกว่า ท่านเป็นกษัตริย์ขัติยราชดำรงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราฐเป็นแว่นแคว้นขัณฑเสมา ฝ่ายกรุงพระนครศรีอยุธยา ก็มีประจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น และสองพระนครก็เป็นธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้สมบัติ ในพระนครศรีอยุธยาฯ แผ่เสมามลฑลให้กว้างขวาง  เหตุไฉนจึงมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงครามให้ต้องตามทำนองขัตติยราชรณยุทธ์ อันเป็นที่บันเทิงราชหฤทัยกษัตริยราชแต่ก่อน จึงคอยแต่ว่า ศึกษากรุงหงสาวดีมาติพระนครศรีอยุธยาครั้งใด ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติม ตีเอาเมืองชนบทประเทศ กวาดครัวอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำศึกดุจจกามาลักลอบฟองสกุณปักษ์ ฉะนั้นควรด้วยราชประเพณีแล้วฤาประการใด ครั้งนี้ท่านปราชัยแก่เราแล้ว จะคิดฉันใดเล่า...”  

เมื่อพระยาละแวกสำนึกผิดทูลตอบว่า “ข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา...โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตก็จะเป็นข้าขัณฑเสมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงก็จะก้มหน้าตาย”

สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสว่า “เราได้ออกวาจาไว้แล้วว่า ถ้ามีชัยแก่ท่าน เราจะทำพิธีปฐมกรรมเอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยในชีวิตเลย จงหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยา ญาติประยูรวงศ์ เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน” 

หลังจากนั้นก็เสด็จขึ้นบนเกย เอาตัวพระยาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศีร์ษะ เอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีลั่นฆ้องไชย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ ประโคมดุริยดนตรี ถวายมรุธาภิเษก ทรงอาเศียรพาท โดยสารทพิธี เสร็จเสด็จสู่พลับพลา.... (จากพงศาวดารกรุงเก่า หน้า 142-44)

เรื่องปฐมกรรมพระยาละแวก ที่บันทึกไว้ในประวัติศาตร์ไทย ทำให้คนไทยเชื้อสายเขมรไม่เชื่อและไม่สบายใจ แต่เมื่อเกิดพฤติกรรมของเจ้าฮุยเซง และพฤติกรรมของเจ้ามูลแม้ว ทำความแตกแยกให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ และดูหมิ่นดูแคลนศักดิ์ศรีไทย ก็ตอกย้ำพฤติกรมของพรรคพวกนายฮุยเซงและบริวาร อย่างเห็นได้ชัด ร้ายกว่านั้น บริวารพระยาละแวกยังแทรกซึมอยู่ในหมู่ประชาชนชาวไทย ในกลุ่มตำรวจ ในกองทัพไทย นักธุรกิจ และนักวิชาการที่ปล่อยให้เขมรกระทำการอันอหังการ ดูหมิ่นดูแคลนศักดิ์ศรีชาวไทยและแผ่นดินไทยโดยไม่มีมันผู้ใดออกมาโวยวาย หรือประท้วง แต่ประการใด

         ขออัญเชิญดวงวิญญาณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดประทานพลังสติปัญญา ความกล้าแกร่งให้ผู้นำประเทศไทย ในการกอบกู้เกียรติศักดิ์และอธิปไตยแห่งประเทศไทย เพื่อให้รอดพ้นจากความโลภในการเงินตราและอำนาจเพื่อให้ชาวไทยรอดพ้นจากสภาวะแห่งความวุ่นวายดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน.

 

 

เว้ปไซต์นี้ เสนอทัศนะทางเศรษฐกิจและการเมือง การศึกษา ธรรมะกับชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติและผลงาน การวิจัย พระพุทธอุบัติภูมิ งานสร้างสรรค์ทำให้มสธ. ฯลฯ ทุกสัปดาห์    ทัศนะที่นำเสนอในเว้ปไซต์นี้ เป็นของ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไม่จำเป็นต้องสะท้อนองค์กรที่เคยสังกัดหรือกำลังสังกัดในปัจจุบัน

Buddha's Birthplace  

 

 

 

 

 

นายชัยยงค์ พรหมวงศ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฺฑิต กรกฎาคม ๒๕๐๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระบารมีปกเกล้า--ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ประจำปีการศึกษา  ๒๕๒๔-๒๕

 

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชวโรกาส ให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ถ่ายภาพร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย (ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล) อธิการบดี (รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร) และรองอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ซ้ายสุด) เนื่องในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมใหม่ สวนอัมพร มกราคม ๒๕๔๕

 

 

 

 

 

สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงอนุญาตให้รองศาสตราจารย์ ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (แถวหน้า คนที่ 2 จากซ้าย) นำผู้บริหาร อดีตผู้บริหาร (ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ แถวหน้าขวาสุด) และเจ้าหน้าที่เข้าเฝ้าฯ ณ วังเลอดีส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.chaiyongvision.com email: chaiyong@irmco.com